หนึ่งในคําถามสําคัญในการทําธุรกิจ สําหรับทั้งกลุ่มคนที่กําลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจของตนเองและกลุ่ม ผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสต่อยอดหรือขยายธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ ตลาดกําลังมองหาอะไรอยู่บ้างและธุรกิจของ เราจะสามารถออกผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่อะไรที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ ความท้าทายของการหาคําตอบนี้ คือการมองหาช่องว่างที่ลูกค้ากําลังมองหาอยู่ แต่ยังไม่มีใครสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่า ต้องทั้งโดนใจลูกค้า (Relevance) และแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน (Uniqueness) ไปพร้อม ๆ กัน
ผู้เขียนขอหยิบยกตัวอย่างจริงจาก 3 กรณีศึกษาของธุรกิจที่ได้รับรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ได้แก่ น้ําเต้าหู้ Tofusan สลัดผักพร้อมทาน Oh! Veggie และ Divina Spa โดยเริ่มต้นจากแบรนด์น้ําเต้าหู้ Tofusan มาใช้ อธิบายและวิเคราะห์ถึงสิ่งสําคัญที่ทําให้ธุรกิจนี้ประสบความสําเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมและมั่นคง
ธุรกิจน้ําเต้าหู้พันล้าน Tofusan ของคุณสุรนาม พานิชการ เริ่มต้นจากความห่วงใยของตัวเองที่มีให้กับคนใน ครอบครัว ทางคุณสุรนามอยากให้คุณพ่อได้ทานน้ําเต้าหู้ที่มีรสชาติอร่อยและต้องดีต่อสุขภาพ ซึ่งหากเราพูดถึงน้ําเต้าหู้ใน บริบทของสังคมไทยแล้ว ทุกคนต้องนึกถึงน้ําเต้าหู้ร้อน ๆ ที่ขายโดยพ่อค้าแม่ค้ารถเข็น Street Food ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ซึ่งหาซื้อรับประทานได้ง่าย รสชาติถูกปากและคุ้นเคย เลือกปริมาณน้ําตาลได้ตามใจชอบ รวมถึงมีราคาไม่แพง แต่การหา ซื้อน้ําเต้าหู้รถเข็นที่เหมือนจะดูง่าย และหาซื้อได้ทั่วไปกลับมีอุปสรรคสําคัญที่เกิดจากวิถีชีวิตคนเมือง คือ เงื่อนไขเรื่อง เวลานั่นเอง การที่มนุษย์เงินเดือนจะมีเวลาว่างในตอนเช้าก่อนไปทํางานหรือในตอนเย็นหลังเลิกงาน เพื่อเดินไปซื้อน้ํา เต้าหู้รถเข็นเจ้าประจํากลับมาให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ดื่มทุกวันนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย จากปัญหาชั่วโมงการทํางาน ตลอดทั้งวัน และเวลาที่เสียไปจากการเดินทางไปทํางานและสภาพการจารจรที่ติดขัด ในขณะที่น้ํานมถั่วเหลืองที่สามารถ หาซื้อได้ง่าย ตลอด 24 ชม. ในร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ทุกหัวมุมถนนกลับเป็นน้ํานมถั่วเหลืองสําเร็จรูปพร้อมดื่มที่มีปริมาณ น้ําตาลค่อนข้างสูงและมีการผสมส่วนผสมอื่น ๆ ลงไป เช่น ไขมันพืชและนมผง ไม่ใช่น้ํานมถั่วเหลือง 100% ที่มีเสน่ห์ เหมือนน้ําเต้าหู้ร้านรถเข็นที่ทุกคนคุ้นเคย
คุณสุรนามก็ประสบกับปัญหานี้กับตัวเอง หลังจากเริ่มต้นทําธุรกิจส่วนตัวด้านอาหารแปรรูปหลังจบการศึกษา เมื่อ ประมาณ 10 ปีที่แล้ว และทําให้ตัวเขาเริ่มฉุกคิดว่า ทําไมในปัจจุบันถึงไม่มีผู้ประกอบการรายใดในตลาดที่มีผลิตภัณฑ์น้ํา เต้าหู้พร้อมดื่มที่มีรสชาติอร่อย ใช้ถั่วเหลือง 100% และดีต่อสุขภาพวางจําหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นสินค้า ที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอน และคําถามนี้ที่คุณสุรนามนึกสงสัยและถามตัวเองก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจน้ําเต้าหู้พันล้านที่เราเห็นกันอยู่ในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าทุกแห่งทั่วประเทศในปัจจุบัน
ผู้เขียนขอหยิบยกเครื่องมือการวิเคราะห์แบบง่าย ๆ อย่าง Market Landscape ที่ตัวผู้เขียนเองมักเลือกใช้ในงานที่ ปรึกษาและใช้เป็นตัวอย่างพื้นฐานลําดับแรก ๆ สําหรับนักศึกษาในวิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) มาใช้เพื่ออธิบายเคล็ดลับความสําเร็จของ Tofusan ที่ทั้งตรงกับความต้องการของลูกค้า (Relevance) และแตกต่างจาก สิ่งเดิมที่มีอยู่ (Uniqueness)
การวิเคราะห์หาโอกาสทางธุรกิจด้วยเครื่องมือ Market Landscape มักเริ่มต้นจากการกําหนดคุณค่า (Value) 2 ด้าน ที่ลูกค้าให้ความสําคัญ เช่น คุณภาพและราคา ระดับการแข่งขัน (Competition) และการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการรายบุคคล (Personalization) เป็นต้น หลังจากสามารถกําหนดคุณค่าหลัก 2 แกนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเป็น การระบุตําแหน่งในตลาด (Market Position) ของผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันลงในพื้นที่แต่ละส่วน ของ Market Landscape เช่น สินค้าคุณภาพดีและมีราคาแพง สินค้าคุณภาพปานกลางและมีราคาถูก และสินค้า คุณภาพต่ําและมีราคาถูกที่สุด เป็นต้น ในลําดับสุดท้าย ผลการวิเคราะห์ของ Market Landscape จะสามารถชี้ให้เห็นได้ ว่า สภาพตลาดในปัจจุบันมีส่วนใดบ้างที่ยังมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายหรือไม่มีผู้ประกอบการรายใดเลยที่มองเห็นช่องว่างดังกล่าวและเริ่มสร้างฐานลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว
Tofusan : น้ําเต้าหู้พร้อมดื่มที่ดีสุขภาพและหาซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา
สําหรับ Tofusan แล้ว ผู้เขียนขอเลือกใช้แกนคุณค่า 2 ด้าน คือ ความยาก-ง่ายในการหาซื้อ และผลกระทบต่อ สุขภาพ มาใช้เพื่อชี้ให้เห็นโอกาสที่คุณสุรนามมองเห็นในตอนที่ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจน้ําเต้าหู้พร้อมดื่ม
จากภาพ Market Landscape ตลาดน้ําเต้าหู้ น้ํานมถั่วเหลืองของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่า น้ําเต้าหู้รถเข็นมี จุดเด่นในด้านดีต่อสุขภาพ แต่มีข้อจํากัดที่หาซื้อได้ยาก เนื่องจากมีขายแค่เฉพาะตอนเช้าและตอนเย็นเท่านั้น รวมถึงยังมี หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในโซนออฟฟิสที่มักไม่อนุญาตให้มีการตั้งรถเข็นแผงลอย และในทางกลับกัน น้ํานมถั่วเหลืองพร้อม ดื่มที่มีขายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อมีจุดเด่นที่ชัดเจนในด้านความง่ายในการหาซื้อ เราสามารถเดินเข้าร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง และมองหาน้ํานมถั่วเหลืองได้ตลอด 24 ชม. แต่จะมีข้อจํากัดเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพจากปริมาณน้ําตาลและน้ํามันผสม อย่างที่กล่าวไปในเบื้องต้น
ความท้าทายที่กําลังตามมาสําหรับตัวคุณสุรนามหลังจากได้วิเคราะห์ข้อมูลสภาพตลาดแล้ว คือ การคิดค้น ผลิตภัณฑ์น้ําเต้าหู้พร้อมดื่มที่มีรสชาติอร่อยเหมือนกับร้านรถเข็น แต่ต้องมีคุณภาพดี ดีต่อสุขภาพ และมีอายุที่สามารถ เก็บรักษาได้นานพอ (Shelf Life) ที่จะวางขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศได้นั่นเอง
Oh Veggie! : สลัดผัก Organic แกะกล่อง พร้อมทาน
สําหรับตัวอย่างที่ 2 ผู้เขียนจะเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Oh! Veggie สลัดผักพร้อมทานของคุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล ที่ทุกท่านน่าจะเคยเห็นวางขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนํา โดยให้ผู้อ่านลองนึกย้อนกลับไป เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หากเรานึกอยากทานสลัดผัก คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการไปซื้อผักสดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผักชนิดต่างๆ ที่วางขายเรียงรายอยู่บนชั้นในเป็นถุงใหญ่ๆ ที่เรียกได้ว่าซื้อ 1 ครั้ง เก็บไว้ทาน ได้หลายมื้อหรือสําหรับทานกันทั้งครอบครัว หรือสลัดบาร์ที่มีผักหลากหลายให้เลือกตักได้ตามใจชอบและให้พนักงาน ช่วยแพ็คลงกล่องนํากลับไปทานที่บ้าน หรือสลัดผักรวมมิตรในถุงพลาสติกใสขนาดเล็กที่ทานพออิ่ม 1 มื้อหรือถุงขนาดใหญ่แบบทานกันได้ทั้งครอบครัวที่วางขายโดยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยตามตลาดนัดหรือหน้าร้านสะดวกซื้อ คุณวุฒิชัยในฐานะผู้บริหารของบริษัทอาหารระดับโลกได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการทําธุรกิจจาก Trend ด้านสุขภาพ กับไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง (Urban Living) ที่มองหาอาหาร Organic ที่ดีต่อสุขภาพแบบพร้อมทานในปริมาณที่เหมาะ สําหรับการรับประทานคนเดียว (Single-serve & Ready-to-eat) จึงได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทมาเริ่มทําธุรกิจสลัดผัก Organic แบบพร้อมทาน ซึ่งในขณะนั้นแทบจะยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่มองเห็นถึงช่องว่างดังกล่าวในตลาดเหมือน คุณวุฒิชัย และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสําเร็จของบริษัท พลังผัก จํากัด เจ้าของแบรนด์ Oh! Veggie ในวันนี้นี่เอง
ในลําดับถัดมา ผู้เขียนจะลองนําเครื่องมือ Market Landscape มาใช้ในการวิเคราะห์สภาพตลาดและมองหา โอกาสในการสร้างธุรกิจอาหารสุขภาพจากกรณีศึกษาของแบรนด์ Oh! Veggie ที่คุณวุฒิชัยเล็งเห็นในตอนนั้น โดยใช้แกน คุณค่า 2 ด้าน คือ ขนาดของหน่วยบริโภค (Serving Size) และคุณภาพของผักจากการรับรอง

จากภาพ Market Landscape ในตลาดผักสลัดของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่า ณ ขณะนั้น ผักสดและผักสลัดที่มี วางขายส่วนใหญ่จะเป็นผักทั่วไปหรือผักไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่ใช่ผักที่ได้รับการรับรอง Organic ส่วนผักที่เป็น Organic จริง ๆ ยังไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคและยังหาซื้อค่อนข้างยาก แต่ช่องว่างในตลาดที่สําคัญมากกว่าและถือเป็นจุด Focus ในกรณีนี้ คือ ขนาดของหน่วยบริโภค ซึ่งยังไม่มีผลิตภัณฑ์ผักสลัดใดที่ออกแบบมาเพื่อการรับประทานสําหรับ 1 คน โดยเฉพาะ โดยจุดอ่อนสําคัญของผักสดทุกชนิด คือ อายุการเก็บรักษาที่สั้นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และคนส่วนใหญ่มักไป จ่ายตลาดซื้อกับข้าวประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และจําเป็นต้องซื้อผักสดที่มีปริมาณมากเกินกว่าการรับประทาน 1 ครั้ง ทําให้ผู้บริโภคยังสามารถรับประทานผักที่สดใหม่ทุกวันตามที่ต้องการ ในขณะที่สลัดผ้าพร้อมทานที่ขายโดยพ่อค้า แม่ค้ารายย่อยนั้นยังไม่ตอบโจทย์ในด้านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยได้เหมือนกับผักสดที่วางจําหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้
ดังนั้น เมื่อนําช่องว่างในตลาดในด้านสลัดแบบ Single-serve มาประเมินร่วมกับแนวโน้มการให้ความสําคัญกับ อาหาร อสุรภาพที่กําลังจะมาถึง แบรนด์ Oh! Veggie จึงได้ถือกําเนิดขึ้นภายใต้แนวคิดสลัดผักแบบ Organic 100% พร้อมทานขนาดพอเหมาะสําหรับ 1 มื้อสําหรับวางจําหน่ายในร้านสะดวกซื้อโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ดี โจทย์ที่สําคัญในลําดับถัดไปของ Oh! Veggie ที่รออยู่ คือ การจัดเตรียมวัตถุดิบผักที่ปลูกแบบ Organics ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มเกษตรกรไทย และการหาวิธีเข้าถึงและทําตลาดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคน รักสุขภาพ รวมถึงการสร้างแบรนด์สลัดผัก Organic ให้ลูกค้ารู้สึกสนใจอยากทดลองรับประทานและเชื่อมั่นในคุณภาพ ของผักที่สด สะอาด และปลอดภัย
Divana : Spa มาตรฐานระดับ 5 ดาวในราคาที่เข้าถึงได้
สําหรับตัวอย่างสุดท้ายในครั้งนี้ ผู้เขียนขอเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Diana Spa ของบริษัท ที เอ็น อินเตอร์ เนชั่นแนล จํากัด ก่อตั้งโดยคุณพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และคุณธเนศ จิระเสวกดิลก อดีตลูกเรือของสายการบิน Swiss Air ถูกเลิกจ้างจากผลกระทบของเหตุการณ์ 9/11 เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการเริ่มต้น ธุรกิจจากความสนใจในการกรองทอง
หากเราลองมองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ตลาดของธุรกิจสปาและนวดแผนไทยถือเป็นธุรกิจน้องใหม่และยังไม่ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก โดยมีกลุ่มผู้ให้บริการอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ ร้านนวดแผนไทยขนาดเล็กที่เราทุกคนคุ้นเคยกันเป็น อย่างดี และสปาหรูที่ให้บริการอยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาว และเมื่อนําเครื่องมือ Market Landscape มาวิเคราะห์หา ช่องว่างและโอกาสในการพ่าธุรกิจในธุรกิจสปาของ Divana โดยใช้แทนคุณค่า 2 ด้าน ที่ถือว่าเป็นหลักพื้นฐาน คือ ราคาและคุณภาพการให้บริการ
จากภาพ Market Landscape ในตลาดสปาและนวดแผนไทยของประเทศไทย เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ร้าน นวดแผนไทยขนาดเล็กจะมีจุดเด่นในด้านราคาถูกที่มีค่าบริการเพียงหลักร้อย และช่วยคลายความปวดเมื่อยจากการ
ทํางานในชีวิตประจําวันได้ในระดับหนึ่ง ในขณะที่สปาหรูในโรงแรมจะมีจุดเด่นในด้านคุณภาพการบริการและสถานที่ชั้นเลิศ แต่ก็ตั้งแลกมากับราคาที่มีเพียงกลุ่มคนจํานวนไม่มากที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้
คุณพัฒนพงศ์และคุณ เลือกใช้ช่องว่างในตลาดสปาระดับกลางที่ให้บริการในระดับมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับ สปาในโรงแรมหรู ในราคาค่าบริการ ถูกกว่า จากการบริหาร นทุนในเรื่องสถานทีละพนักงาน แต่ สามารถ ลูกค้าที่มาใช้บริการอีกอนคลาย ไม่ต้องเกร็งเหมือนเวลาต้องเดินเข้าไปใช้บริการในโรงแรม 5 ดาว

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเลือกที่จะสร้างจุดแตกต่างเพิ่มเติมให้กับ Divana ด้วยการนําเสนอโปรแกรมสปาที่มีระยะเวลา ให้บริการนานกว่าโปรแกรมของสปาโรงแรม ประกอบกับราคาที่ตั้งไว้ถูกกว่า เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจทดลองใช้ บริการได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สปาในโรงแรมจะมีโปรแกรมนวดมาตรฐานอยู่ที่ 60 นาที แต่โปรแกรมของ Divana จะ เริ่มต้นที่ขั้นต่ํา 70 นาที เป็นต้น ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้มากขึ้น
ความท้าทายของ Divana Spa ในการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสปาในระดับพรีเมียม คือ การทําให้กลุ่มคนทั่วไปรู้จักกับ บริการสปาเพื่อสร้างฐานลูกค้า และการรักษามาตรฐานคุณภาพของการบริการ โดยเฉพาะการฝึกฝนพนักงาน ทั้งในส่วน ของงานต้อนรับลูกค้าและงานบริการนวดประเภทต่างๆ ซึ่งผู้เขียนต้องยอมรับว่า Divana ทําได้อย่างไม่มีที่ติตลอด ช่วงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาบทส่งท้าย
โดยสรุปแล้ว เราจะเห็นได้ว่า Tofusan มีจุดเริ่มต้นจากความห่วงใยที่มีต่อคุณพ่อ ซึ่งทําให้เกิดจุดประกายความคิด ในการสร้างธุรกิจน้ําเต้าหู้พร้อมดื่ม แต่เบื้องหลังความสําเร็จที่แท้จริงของ Tofusan อยู่ที่การทุ่มเทเวลาแรมปี กินนอนอยู่ใน ห้องวิจัยร่วมกับนักวิชาการในโครงการของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จนคิดค้นกรรมวิธีทําน้ําเต้าหู้ที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเพียงพอที่จะกระจายสินค้าและวางขายในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศได้
Oh! Veggie มีจุดเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นในการวิเคราะห์ Trend ด้านสุขภาพและความกล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของคุณวุฒิชัยจนทําให้สลัดผักพร้อมทานแบรนด์ Oh! Veggie กลายมาเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ลูกค้า ทุกคนไว้วางใจ แต่กว่าที่คุณวุฒิชัยจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ผู้เขียนคิดว่า คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่า คุณวุฒิชัยเคยเดินเท้าสํารวจตลาด ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในประเทศทุกร้านที่ทดลองนําสินค้า Oh! Veggie ไปวางจําหน่ายตั้งแต่หัวถนนสุขุมวิท ซอย 1 ไปจนถึงสถานี BTS พระโขนง เพื่อพูดคุยกับพนักงานของร้านเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสลัดของลูกค้า ไปพร้อม ๆ กับการสำรวจคู่แข่งที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าสลัดผักใส่ถุงรายย่อย และนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์และระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
Divana Spa มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างจาก 2 ธุรกิจข้างต้น โดยผู้เขียนมองว่า เป็นการนำความชอบหรือ Passion ของตัวเองมาผสมผสานเข้ากับความชำนาญและประสบการณ์ในการบริการที่ได้รับจาก Swiss Air ประกอบกับการพลิกวิกฤต ที่ถูกเลิกจ้างให้เป็นโอกกาสในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ที่เคยวางแผนไว้ อย่างไรก็ดี หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจบริการที่ Divana ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด คือ การส่งต่อและปลูกฝังจิตใจที่รักบริการ (Service Mind) จากตัวผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คนไปยังพนักงานทุกคน ไปพร้อม ๆ กับการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่มีเข้ามาในทุกวันที่เปิดให้บริการ เช่น ปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในระหว่างที่มีลูกค้ามาใช้บริการสปา ทีมงาน Divana Spa ลงทุนโทรศัพท์เรียกรถขนน้ำฉุกเฉินมาเพื่อให้การบริการต่อเนื่อง โดยที่แขกไม่รู้ตัวเลยว่ามีปัญหาใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น
กรณีศึกษาทั้ง 3 ธุรกิจที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ Market Landscape ต่างมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และการหาช่องว่างและโอกาสในตลาดจนเจอยังถือเป็นแค่ก้าวแรกของการสร้างธุรกิจเท่านั้น และผู้เขียนอยากให้ทุกท่านตระหนักเสมอว่า คนอื่นย่อมสามารถเห็นโอกาสได้เหมือนตัวเรา แต่การสร้าง ผลิตภัณฑ์หรือออกแบบการบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในช่องว่างของตลาดได้ คือสิ่งที่จะทำให้การสร้างธุรกิจประสบความสำเร็จ