ผลกระทบต่อ Cavid-19 ที่มีต่อรูปแบบธุรกิจส่งผลให้ เศรษฐกิจหดตัว อัตราการว่างงานสูงขึ้น รายได้ของผู้บริโภคลดลง และ การมีพฤติกรรมการจับจ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป องค์กรจำเป็นต้องวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤต เนื่องจาก Covid-19 เข้ามาเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้น จากการคาดการณ์ของ ILO และ McKinsey & Company คาดว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่อไปจากนี้มีแผนที่จะให้ตําแหน่งงานราว 27-30% เป็นการทํางานทางไกล หรือ รูปแบบ Work from Home รวมถึงตําแหน่งงานราว 14% ถูกแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: All ระส่งผลให้การทํางานแบบเต็มเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
ในการปรับด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น การดำเนินการเพื่อรับมือกับวิกฤตในระยะยาวจะเริ่มต้นด้วยการค้นหา รูปแบบธุรกิจใหม่ Business Model Reinvention) คล้องกับสถานการณ์ การวิเคราะห์ ทักษะที่จําเป็นต่อรูปแบบธุรกิจใหม่ (Skill Go Analysis) การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ Learning Journey Design) และการดําเนินการและการประเมินผล (Implementation and Evaluation) โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การค้นหารูปแบบธุรกิจใหม่ (Business Model Reinvention) ให้มีขีดความสามารถในการปรับตัว และความยืดหยุ่น สูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของสินค้าและบริการอาจปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสถานการณ์ เช่น มาตรการ Lock Down หรือการปลดล็อก เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง เพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์ ให้กับลูกค้า Customer Experience) โดย เริ่มต้นจากการคาดการณ์ความต้องการของสินค้าและบริการ เปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มที่จะหันไป พึ่งพา Technology Platform มากขึ้น ทําให้การซื้อขายสินค้าและบริการเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจะกระทบต่อ รูปแบบการดาเนินธุรกิจ และ Supply Chain ของธุรกิจ
2. การวิเคราะห์ทักษะที่จําเป็นต่อรูปแบบธุรกิจใหม่ (Skill Gap Analysis) โดยวิเคราะห์ความรู้ ทักษะ ความสามารถที เปลี่ยนแปลงไปของแต่ละตําแหน่งงาน โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะสําคัญต่างๆ 3 ด้าน ได้แก่
1) ทักษะด้านเทคโนโลยี: จากรูปแบบธุรกิจและรูปแบบการทํางานที่เปลี่ยนไป การทํางานแบบ New Normal จะ เมเป็น New Standard ในการดําเนินธุรกิจ ทําให้ทักษะ เช่น การประชุมและการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์จากมาตรการ Lock Down หรือแนวโน้มการทํางานทางไกลที่เพิ่มขึ้นตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้น การออกแบบและผลิตสื่อออนไลน์ที่ตอบโจทย์ การ าเนินงานด้านต่างๆ ของธุรกิจ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อธุรกิจ (Data Analytics) จําเป็นต่อการวิเคราะห์ ข้อมูลทางธุรกิจ จะช่วยให้การตัดสินใจต่างๆ มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์
2) ทักษะการท้างานแบบ Cross Functional: ในการรับมือกับวิกฤตและการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้รูปแบบธุรกิจ มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการสับเปลี่ยนโยกย้ายบทบาทหน้าที่จึงมีความสําคัญต่อความสามารถในการแข่งขันในสภาวะที่ผันผวน อีกทั้งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดําเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
ในกรณีที่จําเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีอยู่ทดแทนบุคลากรบางส่วนที่องค์กรอาจมีความจําเป็นต้องลดอัตราลง เพื่อรับมือกับปัญหาด้านสภาพคล่องในระยะสั้นของธุรกิจ
3) ทักษะทางความคิดและทักษะทางอารมณ์: ทักษะส่วนนี้เป็นทักษะที่จะมีความสําคัญยิ่งขึ้นในสภาวะวิกฤต เช่น หักษะการปรับตัว วิธีคิดแบบผู้ประกอบการ การคิดเชิงสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม รวมไปถึงทักษะในการเข้าใจผู้อื่น (Empetty) ที่จะมีความสําคัญต่อการทําความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในสภาวะวิกฤต บุคลากรใน องค์กรอาจได้รับแรงกดับสูงจากการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาทักษะทางอารมณ์จะช่วยให้พนักงานรับมือและปรับตัวเข้ากับ สถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น
3. การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ (Learning Journey Design) เน้นการออกแบบประสบการณ์เรียนรู้ผ่าน เทคโนโลยี โดยให้คํานึงถึงมุมมองของผู้ที่เข้ารับการพัฒนา เน้นการใช้งานง่าย เข้าถึงง่าย และสามารถค้นหาเนื้อหาที่ต้องการ ได้ง่าย นอกจากนี้ องค์ประกอบสําคัญของเส้นทางการเรียนรู้คือข้อมูลความต้องการฝึกอบรมของผู้เข้ารับการพัฒนา ที่ระบุถึง ช่องว่างการพัฒนาและหัวข้อเนื้อหาหลักสูตรต่างๆ ที่จําเป็นต่อการพัฒนาตามระดับความสามารถจากระดับเบื้องต้น ไปจนถึง ขั้นสูง รวมถึงกรอบเวลา เพื่อให้การเรียนรู้ของบุคลากรเป็นไปอย่างตรงจุด และต่อเนื่อง โดยรูปแบบการเรียนรู้สามารถจัดทํา เป็นหัวข้อสั้นๆ หลายๆ หัวข้อ เพื่อให้สามารถจัดสรรเวลาการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับเวลาที่มี และใช้เทคโนโลยี เช่น Social Media หรือ E-learning เข้ามาเป็นช่องทางมากขึ้น เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
4. การดําเนินการและการประเมินผล (Implementation and Evaluation) เพื่อปรับปรุงรูปแบบธุรกิจ และเส้นทางการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนของข้อนี้เป็นส่วนที่มีความสําคัญที่สุด จากประสบการณ์ที่ทํางานที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ มากกว่า 10 ปี พบว่าองค์กรจํานวนมากจะทุ่มเวลาไปกับการวางแผนและออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ แต่ว่าไม่ได้ผลักดันการนําไปใช้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจส่งผลให้บุคลากรในองค์กรรู้สึกถึงความไม่จริงจัง ไปจนถึงอาจจะรู้สึกถึงความไม่จริงใจขององค์กร ในการให้ความสําคัญต่อพนักงานได้ นอกจากนี้ หลายองค์กรยังขาดการประเมินผลและปรับเปลี่ยนแผนงานอย่างสม่ําเสมอ ส่งผลให้ไม่เห็นผลลัพท์ของการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร
การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจหลังจากนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว จากแรงกดดันของ Covid-19 ที่บังคับให้องค์กรต้องปรับตัว เพื่ออยู่รอด ดังจะเห็นได้จากธุรกิจใหญ่หลายๆ ธุรกิจที่แตกไลน์ธุรกิจออกจากสิ่งที่ตนเองคุ้นเคย เช่น ในธุรกิจ Retail อย่าง ห้างสรรพสินค้าหันมาลงทุนใน Platform ต่างๆ เพื่อหานวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าผ่านสินค้า บริการ และ ช่องทางที่หลากหลายกว่าเดิม หรือตัวอย่างในธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคมที่ปรับปรุงคุณค่าที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะ ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยให้ความรู้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย SME มากขึ้นให้เห็นประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ เข้ามาเสริมธุรกิจด้านต่างๆ ให้การเชื่อมต่อระหว่างกันในต้นทุนที่ถูกลง ในการที่จะปรับตัวได้อย่างรวดเร็วธุรกิจจําเป็นต้องปรับตัวให้เหมือนบริษัท Startup มากขึ้น คือ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน รูปแบบธุรกิจ ให้ตอบกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สําคัญที่สุดคือความกล้าเสี่ยงที่ จะลงมือทําและเรียนรู้จากความล้มเหลวอย่างรวดเร็วและริเริ่มสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรมีความสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนทั้งในวิกฤตครั้งนี้และที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งต่อๆ ไปในอนาคต