ประเทศเกาหลีใต้โค้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับในด้านการพลิกโฉมการให้บริการเอง รัฐจากรูปแบบเต็มรูปแบบ e-government หรือรัฐบาลอิเล็กทรอกนิกส์ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ให้ความสําคัญกับการยกระบ การให้บริการของภาครัฐที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีการนําเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่ออานวยความสะดวกและสร้าง คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งความสําเร็จดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้จากผลการสํารวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ประจําปี 2020 หรือ UN E-Government Survey 2020 ขององค์การสหประชาชาติ ประเภท รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Goverment Development Indexc EGDN) ได้จัดอันดับให้ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก (คะแนน 95.60%) ซึ่งเป็นรองเพียงประเทศเดียว คือ ประเทศเดนมาร์ก (คะแนน 97.5896) ในขณะที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ ให้อยู่ในอันดับที่ 57 (คะแนน 75.65%) ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้หาการศีกษาบริการ e-government ของประเทศเกาหลีใต้พบว่า มีหลากหลายบริการที่มีความน่าสนใจจึงอยากนําาเสนอบริการดังกล่าวให้ผู้อ่านบทความนี้ ทราบกันดังต่อไปนี้
1. Mobile Voting System (mVoting)
miVoting เป็นระบบ เปิดโอกาสประชาชนที่อาศัยอยู่กรุงโซลสามารถแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมตัดสินใจ เกี่ยวกับนโยบาย ภาครัฐมีแผนการจะ าเนินการหรือประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมผ่านระบบ Application และ เว็บไชต้ โดยประเด็น มีการสอบถามความคิดเห็น ตั้งแต่เรื่องการจัดเส้นทางการเดินรถของรถประจําทาง การปรับปรุง ห้องสมุดของเมือง การลดค่าเทอมของมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่การอนุญาตให้มีการสมรสของเพศเดียวกัน เป็นต้น ถึงแม้ว่า การโหวตผ่านระบบ moting จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ก็เป็นช่องทางที่สําคัญที่ประชาชนสามารถแสดงความ คิดเห็นและนําาเสนอข้อเสนอแนะให้กับผู้มีอํานาจตัดสินใจได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถดําเนินนโยบายและ แก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของประชาชนอีกด้วย
2. Korea Safety Map
Korea Safety Map เป็นระบบที่รวบรวบและวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยความเสี่ยงในชีวิตประจําวันที่อาจเกิดผลกระทบ อประชาชนในหลากหลายด้าน เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การเกิดภัยพิบัติ อัตราการเกิดอาชญากรรม หรือความเสี่ยงด้าน สาธารณสุข เป็นต้น และนํามาแสดงผลในรูปแบบแผนที่ผ่าน Application และหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเช็คข้อมูลและลดความเสี่ยงจากภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแสดงผลที่ตั้งและเบอร์ติดต่อของสถานีตำารวจ สถานีดับเพลิง และโรงพยาบาลสาหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินอีกด้วย
3. Employment Information Platform (Work-net)
Work-net เป็นแพลทฟอร์มกลางที่รวบรวมเว็บไซต์ค้นหาและสมัครงานของทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 31 เว็บไซต์ไว้ ในทีเดียว เพื่อ านวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการหางาน และสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการประกาศรับสมัครคนเข้า ทํางาน โดยภายในเว็บไซต์สามารถค้นหาตําแหน่งงานได้ทั้งจากสถานที่ อายุ เงินเดือน และรูปแบบการจ้างงาน นอกจากนี้ Work-net ยังมีบริการ ข้อสอบต่างๆ กว่า 23 ชุด แบ่งเป็นข้อสอบสําหรับผู้ใหญ่ 13 ชุด และข้อสอบสาหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยอีก 10 ที่ วยค้นหาความสนใจในอาชีพ และความถนัดต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกอาชีพที่ เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ และยังมีบริการพิเศษสําหรับผู้หางานที่เพิ่งสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ เช่น วีดิโอขั้นตอนการสมัครงาน วิธีการจัดท่า Resume หรือการเตรียมตัวสําหรับการสัมภาษณ์งาน เป็นต้น
4. Welfare Information System (Bokjiro)
Bokjiro เป็นแฟลตฟอร์มกลางที่รวบรวมข้อมูลสวัสดิการของของภาครัฐ ทั้งรัฐบาลกลาง 347 หน่วยงาน และ บาลท้องถิ่นอีก 6,000 หน่วยงาน ทําให้ประชาชนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการที่ตนเองมีสิทธิได้รับ และสามารถ รับทราบข้อมูลนโยบายสวัสดิการที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงได้ในทันที นอกจากนี้ ปัจจุบันระบบ Bokjiro ยังสามารถสมัครรับ สวัสดิการของภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ได้ถึง 16 บริการ เช่น เงินสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตร เงินสนับสนุน าหรับใช้บริการ สถานรับเลี้ยงเด็ก เงินสนับสนุนด้านการศึกษา และเงิน บำนาญ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะขยายการสมัครรับสวัสดิการผ่านระบบออนไลน์อีกหลายบริการในอนาคต
จากบริการที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นนั้น ผู้เขียนสามารถสรุปได้ว่าความสําเร็จของบริการ e-government ในประเทศ เกาหลีใต้เกิดขึ้นจากปัจจัยสําคัญ 5 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง การได้รับการสนับสนุนจากผู้นําของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และการมีแผนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ประการที่สอง การปรับแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการยกระดับการ ให้บริการ และการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคขั้นสูงในบุคลากรภาครัฐจํานวนมาก ประการที่สาม การกําหนดระบบการ ประเมินผล ที่ชัดเจนกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ทั้งในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดบริการ e-government ประการที่สี่ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากภาคเอกชน และประการสุดท้ายที่สําคัญ ที่สุด คือ การตั้งเป้าหมายให้บริการของภาครัฐต้องมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการประชาชน และพัฒนาขั้นตอนการใช้บริการที่ง่ายและสะดวกต่อประชาชนมากที่สุด
ความสําเร็จในด้านการให้บริการ e-government ของประเทศเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดในระยะเวลาอันสั้น แต่ ผลของความพยายามของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ได้เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 หรือเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการที่จะยกระดับการให้บริการของภาครัฐให้เป็นบริการในรูปแบบ e-government ประเทศ และควรใช้แนวทางของประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในต้นแบบที่สําคัญในการพัฒนาไทยควรมีการเริ่มดําเนินการในทันที บริการ e-government ของประเทศไทย